โรแบร์โต ฟีร์มีโน่ แข้งเมดอินบุนเดสลีกา สู่ซุปตาร์หงส์แดง

โรแบร์โต ฟีร์มีโน่ ดาวเตะแซมบ้าแห่งรั้ว “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลนั้นโด่งดังเป็นพลุแตกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะลูกยิงแบบไม่มองโกล์ที่สร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟนบอลได้ไม่น้อย

แต่กว่าเขาจะก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จในเวทียุโรปได้ สตาร์รายนี้ผ่านการบ่มเพาะฝีเท้ามาจากลีกสูงสุดของเยอรมนีมากว่า 4 ฤดูกาลด้วยกัน มาย้อนดูช่วงเวลาแต่ละฤดูกาลที่ขัดเกลาให้เขากลายเป็นแข้งระดับเวิลด์คลาสกันเลย
2011/12: ก้าวแรกสู่สังเวียน

โรแบร์โต ฟีร์มีโน่  เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาค้าแข้งในถิ่นซินส์ไฮม์ในเดือนมกราคมปี 2011 ด้วยค่าตัว 4 ล้านยูโร สโมสรฮอฟเฟนไฮม์นั้นเป็นสโมสรที่มีนักเตะเลือดแซมบ้าแวะเวียนมาร่วมค้าแข้งด้วยอยู่เสมอ ก่อนหน้าที่ฟีร์มีโน่จะย้ายเข้ามาก็ยังมี ไมโค ซูเอล และ คาร์ลอส เอดูอาร์โด ซึ่งย้ายออกไปพอดี รวมทั้งลุยซ์ กุสตาโว และ เวลลิงตัน ที่ยังเล่นอยู่ในถิ่นไรน์-เนคาร์-อารีน่า ในตอนนั้น
“เรายินดีที่เซ็นสัญญาคว้าตัวแข้งบราซิเลียนมาร่วมทีม” แอร์นส์ ทันเนอร์ สปอร์ตติ้ง ไดเร็คเตอร์ ทีมฮอฟเฟนไฮม์กล่าว “เราจะให้เวลาเขาเพื่อปรับตัวให้เข้ากับทีม เพราะเขามีความสามารถอันยอดเยี่ยมในเกมรุก”

ใน 5 เกมแรกที่ได้ลงเล่น ฟีร์มีโน่ยิงได้ถึง 3 ประตู นับเป็นฟอร์มการเล่นที่น่าตื่นตะลึงและดีเกินคาดสำหรับการออกสตาร์ทในบุนเดสลีกาเป็นฤดูกาลแรก เมื่อ 6 เกมแรกผ่านไป เขาก็ยิงได้รวม 4 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ อย่างไรก็ตามเมื่อจบฤดูกาล 2011/12 ฟีร์มีโน่กลับทำผลงานโดยรวมได้ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง เมื่อยิงเพิ่มได้อีกเพียงแค่ 3 ประตูเท่านั้น

2012/13: บททดสอบ
ฟีร์มีโน่นั้นโตมาท่ามกลางปัญหาความรุนแรงและความยากจนในมาเซโอ เมืองบ้านเกิดในบราซิล เขาช่วยครอบครัวขายมะพร้าวตามชายหาดเพื่อความอยู่รอด

เพราะฉะนั้นความพ่ายแพ้เพียงไม่กี่นัดในลีกระดับอาชีพไม่สามารถหยุดความฝันและความพยายามของเขาได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องดี เพราะในฤดูกาล 2012/13 เขาต้องพบความพ่ายแพ้มากมาย

ทีมของของเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างย่ำแย่ถึงขั้นโดนทีมจากลีกในดิวิชั่น 4 เขี่ยตกรอบศึกเดเอฟเบ โพคาล ถึงแม้จะมีผู้เล่นชื่อดังในเยอรมนีอย่าง ทิม วีเซ่อ อันเดรอัส เบ็ค เซบาสเตียนรูดี้ และเควิน โฟลลันด์ แต่ฟอร์มการเล่นกลับดูไม่จืด ฮอฟเฟนไฮม์ใช้โค้ชเปลืองไปถึง 4 คน ทั้ง มาร์คุส บับเบิล ฟรังค์ คราเมอร์ มาร์โค คัวร์ซ และ มาร์คุส กิสดอล ล้วนแต่มาไวไปไวทั้งสิ้น

ฟิร์มิโนยิงได้ 5 ประตูจาก 33 นัดที่ลงเล่น เขายังพยายามเค้นฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมา ในเกมเพลย์ออฟหนีตกชั้นกับไคเซอร์สเลาเทิร์น เขายิงได้ 2 ประตูและทำ 1 แอสซิสต์ช่วยให้ทีมคว้าชัยในเกมเลกแรกจนหนีตกชั้นได้สำเร็จ

2013/14: แจ้งเกิด

หลังต่อสู้อยู่กับความผิดหวังในบุนเดสลีกาได้พักใหญ่ ฟีร์มีโน่ก็เริ่มรู้สึกได้ว่าเรื่องดีๆ กำลังจะเกิดขึ้น “ในฤดูกาลนี้ผมมีความรู้สึกว่ากำลังเดินมาถูกทางแล้ว” เขากล่าวหลังเกมพาทีมถล่มฮัมบวร์ก 5-1 ประตู ซึ่งฟีร์มีโน่เป็นผู้ทำแอสซิสต์ให้ทุกประตูที่ทีมยิงได้ “ผมรู้สึกมั่นใจมากขึ้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาและรู้สึกหลุดพ้นออกมาแล้ว”

ภายใต้การคุมทีมของกิสดอล ฟีร์มีโน่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการ เขาเล่นได้อย่างเป็นอิสระและระเบิดฟอร์มออกมาได้โดดเด่นดังเจ้าบ่าววัย 22 ปีที่ใส่สูทผูกเนคไทเตรียมวิวาห์

เมื่อไหร่ก็ตามที่แข้งดาวรุ่งฮอฟเฟนไฮม์คนนี้ติดเครื่อง เขาก็จะบดขยี้กองหลังฝ่ายตรงข้ามให้เป๋เหมือนคนเมาค้างไปเลย ฟีร์มีโน่ยิงไปถึง 16 ประตูและทำ 11 แอสซิสต์ มีเพียงคู่หูเสือเหลือง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ มาร์โค รอยส์ เท่านั้นที่ยิงและจ่ายรวมกันได้มากกว่าเขา ฮอฟเฟนไฮม์ยิงได้รวม 72 ประตู เสียไป 70 ประตู จบอันดับท็อปบนตารางเป็นรองเพียงแค่บาเยิร์น มิวนิค และ ดอร์ทมุนด์ เท่านั้น

“แนวทางการเล่นของเรามันเข้ากับผมได้เหมือนถุงมือที่ใส่พอดี ผมรักสไตล์การเล่นแบบนี้ มันทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น”

2014/15: บทสุดท้าย

ในเดือนมีนาคมปี 2014 เห็นได้ชัดว่าฟีร์มีโน่ต้องการเดินบนเส้นทางสายบุนเดสลีกาต่อไป เมื่อเขาต่อสัญญากับทีมไปจนถึงปี 2017 แต่โชคชะตาก็พาให้ดาวรุ่งแซมบ้าต้องลาจากถิ่นซินส์ไฮม์ไปก่อนเวลาที่ตั้งใจไว้

เพื่อเป็นการส่งท้าย ฟีร์มีโน่ยิงประตูที่เป็นเครื่องหมายการค้าอีกครั้ง (ยิงแบบไม่มองประตู) พาทีมยันเสมอเบรเมน 1-1 ประตู ในฤดูกาลนั้นเขาทำไป 7 ประตูกับ 10 แอสซิสต์ ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะคว้าตัวดาวยิงแซมบ้ารายนี้ไปด้วยค่าตัวที่สูงขึ้นถึง 8 เท่าจากตอนที่ซื้อมาเลยทีเดียว ทีมหงส์แดงไม่เพียงแต่ได้ตัวสุดยอดกองหน้าที่เก่งทั้งยิงทั้งจ่าย แต่ได้คว้านักเตะตัวรุกที่ครบเครื่อง เล่นได้หลากหลาย และพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นขุนพลทีมชาติบราซิลที่สร้างสรรค์ผลงานบนสนามได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นที่ประทับใจแฟนบอล
“หากเขาเสียบอล เขาจะพยายามแย่งมันคืน ถ้าเสียอีกครั้ง เขาก็จะแย่งมันมาให้ได้อีก เขาเป็นเหมือนห้องเครื่องของทีม” เยือร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลกล่าวถึงฟีร์มีโน่ “เขาเป็นนักเตะประเภทที่ชอบครองบอลไว้กับตัวและหาจังหวะทำอะไรเจ๋งๆ แต่สิ่งที่เขาได้เรียนรู้ในเยอรมนีก็คือการเล่นโดยไม่มีบอลและการป้องกัน” ไรอัน บาเบล อดีตนักเตะฮอฟเฟนไฮม์และอดีตแข้งหงส์แดงกล่าวเมื่อตอนที่ฟีร์มีโน่ย้ายไปลิเวอร์พูล

“ผมรู้ดีว่าในประเทศอังกฤษมันสำคัญมากที่ต้องเล่นแบบไม่มีบอลในการครอบครองมันเป็นเรื่องที่เขาน่าจะได้เรียนรู้ในเยอรมนีไปแล้ว”

ติดตามอ่านต่อที่http://www.vorthosforum.com/  ได้ทุกวัน

สนใจสมัคร www.ufabet369.net มีโปรเด็ดโดนใจทุกวัน